ประวัติความเป็นมา

         เทศบาลตำบลหัวสะพาน ในระยะแรกได้มีการปกครองในรูปแบบของสุขาภิบาล  ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย  เรื่อง  จัดตั้งสุขาภิบาลหัวสะพาน  อำเภอเมืองเพชรบุรี  จังหวัดเพชรบุรี  ประกาศ ณ วันที่  1  มีนาคม  2510  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม 84 ตอนที่ 25  ลงวันที่ 14 มีนาคม 2510 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2495  จึงได้จัดตั้งเป็นสุขาภิบาล  มีชื่อว่า “สุขาภิบาลหัวสะพาน อำเภอเมืองเพชรบุรี  จังหวัดเพชรบุรี”  และให้มีเขตดังต่อไปนี้  

  • ด้านเหนือ  ตั้งแต่หลักเขตที่  1  ซึ่งตั้งอยู่ตรงเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลต้นมะพร้าว และตำบลไร่โคก เส้นเขตถือตามเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลต้นมะพร้าวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ถึงหลักเขตที่  2  ซึ่งตั้งอยู่ตรงเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลวังตะโก
  • ด้านตะวันออก  จากหลักเขตที่  2  ถือตามเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลวังตะโก  ไปทางทิศใต้ถึงหลักเขตที่  3  ซึ่งตั้งอยู่ตรงเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลเวียงคอย
  • ด้านใต้  จากหลักเขตที่  3  ถือตามเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลเวียงคอยไปทางทิศตะวันตก  และเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลลาดโพธิ์  และเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบล    สะพานไกรไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ถึงหลักเขตที่  4  ซึ่งตั้งอยู่เส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลไร่โคก
  • ด้านตะวันตก  จากหลักเขตที่  4  ถือตามเส้นแบ่งเขตตำบลหัวสะพานกับตำบลไร่โคกไปทาง  ทิศเหนือ  บรรจบหลักเขตที่  1  ต่อมาได้ยกฐานะจัดตั้งตามพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. 2542  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม 116  ตอนที่  9  ก  ลงวันที่ 24  กุมภาพันธ์  2542 ซึ่งมีผลบังคับ  เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ทำให้ “สุขาภิบาลหัวสะพาน”  เปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลตำบลหัวสะพาน  มีผลบังคับตั้งแต่วันที่  25 พฤษภาคม  2542  ประกอบด้วย  1 ตำบล  14  หมู่บ้าน  ครอบคลุม เนื้อที่  9,245.625 ไร่ หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ  14.793 ตารางกิโลเมตร โดยรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ได้แก่ นายจำรัส พริ้มพราย เป็นคนแรก ต่อมา นายเชาวลิต  วงศ์นุกูล  และปัจจุบัน นายชัยวัฒน์  แสงมณี  เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลหัวสะพาน

        ประวัติตำบลหัวสะพาน  ชื่อของตำบลหัวสะพาน  มีที่มาจากสะพานข้ามคลองบางจาก ในอดีตเคยเป็นท่าขนส่งสินค้าไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม โดยใช้เส้นทางคลองบางจาก ไปผ่านปากอ่าวที่ตำบลบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม นอกจากนี้หมู่ 7 บ้านดอนเจ้าฟ้า  มีตำนานเล่าว่าพระเจ้าแผ่นดินเคยเสด็จผ่านซึ่งปรากฏว่า  เป็นตำบลที่มีละครมากมายหลายคณะคล้ายๆ กับตำบลหน้าพระลาน (ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี)  ซึ่งมีละครมากเช่นกัน  อันเป็นมรดกวัฒนธรรมสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน  มีกำนันปกครองมาแล้ว  11  คน

        ต่อมาสภาตำบลวังตะโก  ได้ยุบรวมกับเทศบาลตำบลหัวสะพาน  ตามความใน (9) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย  เรื่อง  การยุบรวมสภาตำบลกับเทศบาล  ลงวันที่  24  กันยายน พ.ศ. 2547 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม 121 ตอนพิเศษ 108 ง วันที่ 29 กันยายน 2547 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เป็นต้นไป  ทำให้เทศบาลตำบลหัวสะพาน  ประกอบด้วย  2  ตำบล  ได้แก่  ตำบลหัวสะพาน และตำบลวังตะโก   มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่  29  กันยายน  พ.ศ.  2547  เป็นต้นไป  ตามเจตนารมณ์ในการยุบรวมสภาตำบลวังตะโก  เมื่อวันที่  7  สิงหาคม  2547  ผลปรากฏว่า ที่ประชุมราษฎรได้มีมติให้สภาตำบลวังตะโกยุบรวมกับเทศบาลตำบลหัวสะพานด้วยคะแนนสูงสุด  

        ประวัติตำบลวังตะโก  ตำบลวังตะโก  เป็นตำบลที่มีประชาชนส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทยทรงดำหรือไทยโซ่ง  หรือลาวโซ่ง  ตามประวัติกล่าวว่า  ชาวไทยโซ่งอพยพเข้ามาครั้งแรก ปี  พ.ศ.  2322  พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้ไปตีเมืองทัน  เมืองแถง  เมืองม่วย  อันเป็นเมืองที่มีชาวไทยเชื้อสายโซ่งดำอาศัยอยู่ (ปัจจุบันตั้งอยู่ทาง ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม) ได้พาชาวไทยโซ่งมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณ ต.ท่าแร้ง จังหวัดเพชรบุรี  ต่อมา การทำมาหากินฝืดเคือง จึงได้อพยพแยกย้ายกันไปบางส่วนมาทางทิศตะวันตก ลงมาตามคลองหัวสะพาน-บางจาก ซึ่ง  2  ฝั่งคลองดังกล่าว  มีชาวจีน และชาวไทยดั้งเดิมอาศัยอยู่บางตา จึงได้ตั้งถิ่นฐาน และเรียกบริเวณนี้ว่า  “บ้านคลอง” เพราะอยู่ใกล้คลองซึ่งเหมาะแก่การนำน้ำไปทำการเกษตร เพราะชาวไทยโซ่งกลุ่มนี้  ถนัดการ ทำนา ที่ลุ่ม โดยวิดน้ำจากลำคลองนี้ มีควายเป็นสัตว์เลี้ยงช่วยผ่อนแรงในการประกอบอาชีพ ทำให้การทำนาได้ผลดีสมัยนั้นชาวบ้านคลองมีฐานะค่อนข้างดีกว่าชาวไทยทรงดำที่ไปตั้งถิ่นฐานบนที่ดอนอื่นๆ โดยกลุ่มผู้ที่เป็นหัวหน้า หรือผู้ที่มีบรรดาศักดิ์สูง ซึ่งเรียกตามภาษาไทยโซ่งดำว่า  “เพีย” ให้มาอยู่รวมกันบริเวณ หมู่  3  ปัจจุบัน จนได้ชื่อว่า  บ้านเพีย  เดิมตำบลวังตะโกรวมอยู่ในอาณาเขตตำบลหัวสะพาน  ต่อมาได้มีการแบ่งแยกเป็นเอกเทศ โดยยึดหลักด้านเชื้อชาติ  และตั้งชื่อบริเวณนี้ว่า  ตำบลวังตะโก   เนื่องจากสมัยนั้นมีต้นตะโกขึ้นอยู่จำนวนมาก แต่ชาวไทยทรงดำไม่นิยมเรียก  ยังคงเรียก “บ้านคลอง” เหมือนเดิม เมื่อมีประชากรเพิ่มขึ้น ได้แบ่งเขตปกครองเป็น 3 หมู่บ้าน  และบางส่วน  ได้อพยพไปจังหวัดอื่น เช่น  จังหวัดนครปฐม  เป็นต้น  ชาวไทยทรงดำ  นับถือบรรพบุรุษ  และศาสนาพุทธ  ตำบลวังตะโก ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเมืองเพชรบุรี  ประกอบด้วย  3  หมู่บ้าน  ได้แก่ หมู่ 1 บ้านสะพานโพธิ์ลอย  หมู่ 2 บ้านหมอหลัด  และหมู่ 3 บ้านเพีย.

 

สภาพทั่วไปของตำบลวังตะโก

        พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม มีพื้นที่ทั้งหมด  13.300   ตร.กม. หรือประมาณ  8,312  ไร่

                อาณาเขตตำบลวังตะโก

  • ทิศเหนือ จรด ตำบลบางจาก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
  • ทิศใต้ จรด ตำบลหัวสะพาน และตำบลเวียงคอย อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
  • ทิศตะวันออก จรด ตำบลเวียงคอย อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
  • ทิศตะวันตก จรด ตำบลหัวสะพาน และตำบลต้นมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี

                อาชีพหลัก

  • อาชีพหลัก ทำนา 
  • อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย
  • เส้นทางคมนาคม การเดินทางเข้าสู่ตำบล

        จาก กทม. สามารถใช้ถนนเพชรเกษมหมายเลข 4 ผ่าน อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี พอถึงประมาณ กม. ที่ 153 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางจาก- หนองปลาไหล ประมาณ 1 กม.เข้าสู่ ต.วังตะโก หมู่ 1 และหมู่ 2 ในเขต อ.เมือง  จ.เพชรบุรี  หรือเข้าด้านถนนเพชรเกษม  ประมาณ กิโลเมตรที่ 140 แยกเข้าตำบลวังตะโก หมู่ 3 ระยะทาง  1 กม. ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยทรงดำ  มีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตนเองภาษาท้องถิ่น  คือ ภาษาลาวโซ่ง  

        เมื่อได้ยุบรวมสภาตำบลวังตะโกกับเทศบาลตำบลหัวสะพาน ซึ่งมีเขตติดต่อกันทำให้เทศบาลตำบลหัวสะพานมีอาณาเขตประกอบด้วย 2 ตำบล 17 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 17,557.625 ไร่  หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ  28.093  ตารางกิโลเมตร 

Share on Line
Share on Pinterest